KM

แบบฟอร์มการกรอกผลการแข่งขันงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ครั้งที่ ๖๖

โพสต์19 ก.ค. 2559 02:50โดยnki1 admin   [ อัปเดต 20 ก.ค. 2559 09:20 ]

การพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กของเด็กปฐมวัย โดยใช้กิจกรรมศิลปะการปั้นอย่างสร้างสรรค์ ชั้นอนุบาลปีที่ 2

โพสต์4 ก.ค. 2559 06:34โดยnki1 admin

ชื่อผลงาน
             รายงานการพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กของเด็กปฐมวัย โดยใช้กิจกรรมศิลปะการปั้นอย่างสร้างสรรค์ ชั้นอนุบาลปีที่ 2
ผู้รายงาน              นางสุวรรณา    สิรีกาญจนานนท์
ปีที่ศึกษา               ปีการศึกษา 2550
 
                                                              บทคัดย่อ        
               
                การศึกษาครั้งนี้ มีความมุ่งหมายของการศึกษาเพื่อ
                1. เพื่อส่งเสริมความสามารถของกล้ามเนื้อมัดเล็กของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมศิลปะการปั้นอย่างสร้างสรรค์
                2. เพื่อเปรียบเทียบความสามารถของกล้ามเนื้อมัดเล็กของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมศิลปะการปั้นอย่างสร้างสรรค์ก่อนและหลังการจัดประสบการณ์
                3. เพื่อศึกษาความคิดเห็นของเด็กที่มีต่อการจัดประสบการณ์ กิจกรรมศิลปะการปั้นอย่างสร้างสรรค์
                กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2/4 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2550 โรงเรียนโกมลวิทยาคาร จำนวน 1 ห้องเรียน โดยการวิธีการสุ่มอย่างง่ายโดยการจับฉลาก จำนวน 1 ห้องเรียน จากจำนวนห้องเรียนทั้งหมด 4 ห้องเรียน โดยจับฉลากได้ ห้องเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2/4 จำนวน 24 คน 
                 ผลการศึกษา พบว่า
  1. ผลการจัดประสบการณ์ โดยใช้รูปแบบกิจกรรมศิลปะการปั้นอย่างสร้างสรรค์
ชั้นอนุบาลปีที่ 2/4 โรงเรียนโกมลวิทยาคาร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหนองคาย เขต 1 ปีการศึกษา 2550 โดยการหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน พบว่า คะแนนประเมินทางการเรียนแต่ละหน่วย ของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2/4 โรงเรียนโกมลวิทยาคาร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหนองคาย เขต 1  จำนวน 8  หน่วย โดยรวม มีค่าเฉลี่ยเป็น 16.69 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเป็น 1.26 คิดเป็นร้อยละ 79.49 
                2. ผลการเปรียบเทียบการพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กของชั้นอนุบาลปีที่ 2/4  ก่อนและหลังการจัดประสบการณ์ กิจกรรมศิลปะการปั้นอย่างสร้างสรรค์ โรงเรียนโกมลวิทยาคาร สำนักงานเขตพื้นที่
การศึกษาหนองคาย เขต 1 ภาคเรียนที่ 2  ปีการศึกษา 2550 พบว่า คะแนนจากการประเมินการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กหลังการจัดประสบการณ์ สูงกว่าคะแนนก่อนการจัดประสบการณ์ เพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 22.05
                 3. ความคิดเห็นของเด็กที่มีต่อการจัดกิจกรรมศิลปะการปั้นอย่างสร้างสรรค์ ชั้นอนุบาล
ปีที่ 2/4 โรงเรียนโกมลวิทยาคาร พบว่า ความคิดเห็นของเด็ก มีความพึงพอใจต่อการจัดประสบการณ์ กิจกรรมศิลปะการปั้นอย่างสร้างสรรค์ โดยรวมมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ทุกข้อ ข้อที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด มี 1 ข้อ คือ ข้อ 8 กิจกรรมศิลปะการปั้นอย่างสร้างสรรค์ ทำให้หนูได้ปั้นดินน้ำมันเป็นรูปร่างต่างๆ แปลกๆ มากมาย ( = 2.75 )  
 


ผู้เขียน : ชนิภา สมบุศย์
หน่วยงาน : โรงเรียนโกมลวิทยาคาร
จันทร์ ที่ 13 เดือน ธันวาคม พ.ศ.2553

อินเทอร์เน็ตเพื่อการเรียนรู้

โพสต์4 ก.ค. 2559 06:26โดยnki1 admin


    1. ชื่อผลงาน   อินเทอร์เน็ตเพื่อการเรียนรู้

          2.ชื่อเจ้าของผลงาน   นางผดุงศรี   โยคิน   ตำแหน่ง  ครู  โรงเรียนชุมชนบ้านถ่อน E-mail : padungsriyo@gmail.com โทรศัพท์  0832887329

 3.เกริ่นนำ

                โรงเรียนชุมชนบ้านถ่อน  ตระหนักถึงความสำคัญของการใช้เทคโนโลยีเพื่อจัดการเรียนรู้ให้กับผู้เรียน  จึงได้จัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยใช้เทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน เนื่องจากเทคโนโลยีสารสนเทศมีบทบาทและมีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวันกับชีวิตของมนุษย์มากขึ้นโดยเฉพาะระบบอินเทอร์เน็ตที่มีข้อมูลต่างๆ มากมายเปรียบเสมือนห้องสมุดโลก  ที่สามารถเข้าไปศึกษาหาความรู้ในวิชาต่างๆ ได้ทั่วโลก  ซึ่งถ้าหากว่าครูผู้สอนและนักเรียนมีความรู้ ความสามารถ เล็งเห็นถึงประโยชน์และความสำคัญของการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างถูกต้อง  จึงส่งเสริมได้จัดกิจกรรมการเรียนการสอนอินเทอร์เน็ตเพื่อการเรียนรู้ ผลปรากฏว่านักเรียนมีความสนใจในการเรียนรู้มากขึ้น

4 . ผลสำเร็จ

นักเรียนได้เรียนรู้อย่างมีความสุขเกิดการเรียนรู้ได้ด้วยตนเองทำให้สามารถสร้างสรรค์ผลงานสร้างชิ้นงานได้ด้วยตนเองรู้จักตนเองหรือรู้จักความสำเร็จของตนเองได้และได้รับรางวัลเหรียญทองจากการเข้าประกวดกิจกรรมทางวิชาการ

5. ผลการได้การยอมรับ

C รางวัลเหรียญทองทักษะการใช้คอมพิวเตอร์ “การสืบค้นข้อมูล งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ปี 2551 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหนองคาย เขต 1

                C นักเรียนได้รับรางวัลชนะเลิศการแข่งขันทักษะการใช้คอมพิวเตอร์ “การสืบค้นข้อมูล งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ปีการศึกษา 2552  ระดับกลุ่มเครือข่ายสถานศึกษา และสำนักงาน

เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต 1                                                                  

                            C ผู้ปกครองชื่นชมโรงเรียน ชื่นชมครูผู้สอนที่ใช้  ICT      เป็นสื่อ / เครื่องมือในการเรียนรู้ และ ยินดีให้การสนับสนุนโรงเรียนด้วยดีตลอดมา   

C การมีความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้เรียน / ผู้ปกครองและครู ทำให้การจัดกิจกรรมต่างๆ

ผู้มีส่วนร่วมให้ความร่วมมืออย่างดี

             C นักเรียนมีเจตคติที่ดีต่อวิชาคอมพิวเตอร์

6.       กิจกรรม/วิธีการ/ขั้นตอนที่สำคัญ

uวิเคราะห์หลักสูตร มาตรฐานการเรียนรู้

vสำรวจสภาพข้อมูลพื้นฐาน วิเคราะห์ผู้เรียนรายบุคคลเพื่อการจัดการเรียนรู้ให้เต็มตามศักยภาพ

wวางแผนการปฏิบัติงานโดย        

           - พัฒนาระบบเครือข่าย  Internet/LAN  ในห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์  เพื่อการเรียน

                  การสอน

           - จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้/หลักสูตรการเรียน   การสอนที่ใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการเรียนรู้

           - พัฒนานักเรียนให้มีทักษะในการใช้  Internet     อย่างมีประสิทธิภาพ

           - ส่งเสริมนักเรียนให้มีกิจกรรมฝึกสืบค้นความรู้จากเครือข่ายต่างๆ และนำมาสร้างองค์

                           ความรู้ สร้างชิ้นงานอย่างต่อเนื่อง

7.       ข้อจำกัดในการนำไปใช้   การเชื่อมต่อเครือข่ายบนอินเทอร์เน็ต

8.       คำสำคัญ (Keywords)  กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี

9.       วันที่นำส่งข้อมูล   30  มิถุนายน  2554

10.    ผู้นำส่งข้อมูล    นางผดุงศรี   โยคิน

11.    หน่วยงาน   โรงเรียนชุมชนบ้านถ่อน

12.    โทรศัพท์   0832887329

13.    E-mail: padungsriyo@gmail.com

 



ผู้เขียน : ผดุงศรี โยคิน
หน่วยงาน : โรงเรียนชุมชนบ้านถ่อน
พฤหัสบดี ที่ 30 เดือน มิถุนายน พ.ศ.2554

ภาษาถิ่นภาษาไทยสู่หลักชัยการอ่านเขียนคล่อง ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ โรงเรียนป่าสักวิทยา

โพสต์4 ก.ค. 2559 06:22โดยnki1 admin   [ อัปเดต 4 ก.ค. 2559 06:23 ]

ผลงาน/นวัตกรรมที่เป็นเลิศ  (Best Practice)

ชื่อผลงาน  ภาษาถิ่นภาษาไทยสู่หลักชัยการอ่าน- เขียนคล่อง  (คำภาษาถิ่นบ้านป่าสักกับภาษาไทยกลาง) สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  ๔

ชื่อผู้เสนอผลงาน  นางสาวประภาพร  บุญพาเกิด 

 โรงเรียนป่าสักวิทยา  อำเภอท่าบ่อ  จังหวัดหนองคาย

สังกัด  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต ๑

โทรศัพท์  ๐-๔๒๙๙-๑๕๔๗   โทรศัพท์มือถือ  ๐๘๙-๘๖๑-๑๕๙๓  e-mail  prapa1967@hotmail.com

รายละเอียดการนำเสนอผลงาน

๑.  ความสำคัญของผลงานหรือนวัตกรรมที่นำเสนอ

           โรงเรียนป่าสักวิทยา  ตั้งอยู่เลขที่  ๒๙๙  หมู่  ๙  บ้านป่าสัก  ตำบลกองนาง  อำเภอท่าบ่อ  จังหวัดหนองคาย  โดยมีเขตบริการของโรงเรียน  ๓  หมู่  คือ  หมู่  ๔  หมู่  ๙  และหมู่  ๑๓  ซึ่งเป็นหมู่บ้านหนึ่ง

ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคอีสาน  ที่มีภาษาเฉพาะท้องถิ่นเป็นของตนเองนั่นคือภาษาถิ่นบ้านป่าสักหรือภาษาถิ่นอีสาน  ทั้งนี้เพราะภาษาในแต่ละท้องถิ่นย่อมมีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง  โดยมีความแตกต่างกันออกไปในด้านการออกเสียงแต่มีความหมายเหมือนกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวัฒนธรรม  ประเพณี ของท้องถิ่นนั้น ๆ 
           ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย  ชั้นประถมศึกษาปีที่  ๔  จำนวน
๑๖  คน  พบว่านักเรียนมีปัญหาในการใช้ภาษาถิ่นกับภาษาไทยกลางปะปนกันทั้งในด้านการพูด  การอ่านและการเขียน  ทั้งนี้เพราะนักเรียนใช้ภาษาถิ่นบ้านป่าสักในชีวิตประจำวัน  ภาษาถิ่นบ้านป่าสักจึงมีอิทธิพลในการสื่อสารของนักเรียนทั้งการพูด  การอ่านและการเขียน  โดยใช้ภาษาถิ่นปะปนกับภาษาไทยกลาง  ทำให้เกิดปัญหาในการใช้ภาษาราชการ  ดังนั้นจึงได้จัดทำนวัตกรรม  เรื่อง  ภาษาถิ่นภาษาไทยสู่หลักชัยการอ่าน-

เขียนคล่อง  (คำภาษาถิ่นบ้านป่าสักกับภาษาไทยกลาง)  ขึ้น เพื่อให้นักเรียนมีนิสัยรักการอ่าน พร้อมนำไปสู่การพูด  การอ่าน  และการเขียนภาษาไทยกลางได้ถูกต้องคล่องแคล่ว  รวมทั้งเป็นการอนุรักษ์ภาษาถิ่นไว้เป็นมรดกทางภาษาด้วย

๒.  จุดประสงค์และเป้าหมายของการดำเนินงาน

           ๒.๑  เพื่อให้นักเรียนมีนิสัยรักการอ่านและการเขียน 

           ๒.๒  เพื่อให้นักเรียนใช้ภาษาไทยกลางได้ถูกต้องคล่องแคล่วทั้งการอ่านและการเขียน ร้อยละ ๘๐

           ๒.๓  เพื่อเป็นการอนุรักษ์ภาษาถิ่นบ้านป่าสักไว้เป็นมรดกทางภาษาสืบไป

๓.  กระบวนการผลิตผลงาน  หรือขั้นตอนการดำเนินงาน

           ๓.๑  รวบรวมคำภาษาถิ่นบ้านป่าสัก  โดยการสอบถาม  สัมภาษณ์ผู้รู้ในหมู่บ้านป่าสัก  ๓  หมู่  คือ 

หมู่  ๔  หมู่  ๙  หมู่  ๑๓  หมู่ละ  ๕  คน  รวม  ๑๕  คน  โดยกำหนดอายุ  ๖๐  ปีขึ้นไป  และต้องเป็นผู้ที่มี

ถิ่นฐานในบ้านป่าสักมาตั้งแต่กำเนิด  เพื่อภาษาถิ่นที่ได้จะได้เป็นภาษาถิ่นบ้านป่าสักที่แท้จริงไม่คลาดเคลื่อน โดยรวบรวมได้จำนวน ๓๔๔  คำ ทั้งนี้ต้องเป็นคำที่ออกเสียงต่างกับภาษาไทยกลางแต่มีความหมายเหมือนกัน

           ๓.๒  นำคำที่รวบรวมได้มาจัดทำเป็นพจนานุกรมคำภาษาถิ่นบ้านป่าสักกับภาษาไทยกลาง  โดยจัดเรียงเป็นหมวดตามพยัญชนะ  ก  ฮ  ได้จำนวน  ๒๕  หมวด เพื่อให้นักเรียนเห็นชัดเจนว่าคำที่ได้มีความแตกต่างกับภาษาไทยกลางด้านการออกเสียงแต่มีความหมายเหมือนกัน

           ๓.๓  นำคำที่รวบรวมได้บางคำมาวาดภาพประกอบ  เพื่อให้นักเรียนเข้าใจความหมายชัดเจนขึ้น

ทั้งภาษาถิ่นบ้านป่าสักและภาษาไทยกลาง

           ๓.๔  นำคำที่รวบรวมได้มาจัดทำบัตรคำ/บัตรภาพ  ที่หลากหลายรูปแบบ  เพื่อให้นักเรียน

เกิดความสนใจ  และนำไปฝึกอ่าน  ฝึกเขียนคำให้ถูกต้องคล่องแคล่วทั้งภาษาถิ่นบ้านป่าสักและภาษาไทยกลาง

           ๓.๕  นำผลงานที่จัดทำขึ้น  ได้แก่  พจนานุกรมคำภาษาถิ่นบ้านป่าสักกับภาษาไทยกลาง  ภาพประกอบบัตรคำ/บัตรภาพ  สู่กิจกรรมการเรียนการสอน  โดยให้นักเรียนอ่าน  เขียน  แต่งประโยค  โดยจัดทำในรูปแบบหนังสือเล่มเล็ก  ทั้งนี้เพื่อเป็นการฝึกซ้ำย้ำทวนให้นักเรียนอ่านเขียนคล่อง  และนำไปสู่การมีนิสัยรักการอ่านการเขียนต่อไป

๔.  ผลการดำเนินการ/ผลสัมฤทธิ์/ประโยชน์ที่ได้รับ

           ผลจากการใช้นวัตกรรม  ภาษาถิ่นภาษาไทยสู่หลักชัยการอ่าน- เขียนคล่อง  (คำภาษาถิ่นบ้านป่าสัก

กับภาษาไทยกลาง)  มีดังนี้ 

           ๔.๑  นักเรียนมีนิสัยรักการอ่าน  การเขียนร้อยละ  ๙๓.๗๕

           ๔.๒  นักเรียนใช้ภาษาไทยกลางได้ถูกต้องคล่องแคล่วทั้งการอ่านและการเขียน  ร้อยละ  ๘๗.๕

           ๔.๓  นักเรียนเกิดความภาคภูมิใจในภาษาถิ่นของตนเองและร่วมอนุรักษ์ไว้เป็นมรดกทางภาษาสืบไป

           ๔.๔  ครูผู้สอนเกิดความภาคภูมิในนวัตกรรมใหม่ที่ใช้แก้ปัญหาการอ่านการเขียนได้

๕.  ปัจจัยความสำเร็จ

           ๕.๑  ผู้บริหาร  คณะครู  และนักเรียนให้การสนับสนุนในการเก็บรวบรวมข้อมูลคำภาษาถิ่น

บ้านป่าสักที่มีความหมายตรงกับภาษาไทยกลาง

           ๕.๒  บุคลากรท้องถิ่นหรือผู้รู้ในหมู่บ้านป่าสักให้ความร่วมมือในการสอบถาม  สัมภาษณ์คำภาษาถิ่นบ้านป่าสัก  จนสามารถรวบรวมคำได้ 

           ๕.๓  ผู้บริหาร  คณะครู  และนักเรียนเห็นความสำคัญของคำภาษาถิ่นบ้านป่าสักที่นำไปสู่การอ่าน

การเขียนภาษาไทยได้ถูกต้องคล่องแคล่ว  จึงได้นำไปใช้ในการเรียนการสอน  โดยจัดทำเป็นบัตรคำ บัตรภาพ ประจำชั้นเรียน  ส่งผลให้นักเรียนมีนิสัยรักการอ่านการเขียนและอ่านเขียนภาษาไทยได้ถูกต้องคล่องแคล่ว 

๖.  บทเรียนที่ได้รับ

           ๖.๑  ข้อสรุป

                  ๖.๑.๑  ข้อสรุปสำหรับนักเรียน

                            ๑)  นักเรียนมีนิสัยรักการอ่าน  การเขียน

                           ๒)  นักเรียนใช้ภาษาไทยกลางได้ถูกต้องคล่องแคล่วทั้งการอ่านและการเขียน

                             ๓)  นักเรียนเกิดความภาคภูมิใจในภาษาถิ่นและร่วมอนุรักษ์ไว้เป็นมรดกทางภาษาสืบไป

                  ๖.๑.๒  ข้อสรุปสำหรับครู

            ๑)  ภาษาถิ่นภาษาไทยสู่หลักชัยการอ่าน- เขียนคล่อง  (คำภาษาถิ่นบ้านป่าสักกับภาษา

ไทยกลาง)  เป็นสื่อที่นักเรียนให้ความสนใจ  เกิดความกระตือรือร้นในการอ่าน  การเขียน  ส่งผลให้

มีนิสัยรักการอ่าน  การเขียน  และอ่าน-เขียนได้ถูกต้องคล่องแคล่ว

            ๒)  ครูมีผลงาน/นวัตกรรมที่นักเรียนให้ความสนใจ  ได้แก่  พจนานุกรมคำภาษาถิ่น

บ้านป่าสักกับภาษาไทยกลาง  ภาพประกอบ  บัตรคำ/บัตรภาพ  ที่สามารถนำไปใช้ได้ทันท่วงทีหากเกิด

ความสงสัยในความหมายของคำภาษาถิ่นกับภาษาไทย

            ๓)  รวบรวมคำภาษาถิ่นบ้านป่าสักไว้เพื่อการศึกษาและอนุรักษ์ภาษาถิ่นไว้เป็นมรดก

ทางภาษาได้ตามจุดประสงค์

           ๖.๒  ข้อสังเกต

       ๖.๒.๑  ข้อสังเกตเกี่ยวกับภาษาถิ่นบ้านป่าสัก

            ๑)  คำภาษาถิ่นบ้านป่าสัก  ใช้คำว่า  บัก  นำหน้าชื่อผลไม้  เช่น  บักมี่  บักนัด  บักเหล่น 

บักสีดา  เป็นต้น

                          ๒)  คำภาษาถิ่นบ้านป่าสัก  ใช้คำว่า  อี  นำหน้าคำเรียกเครือญาติ  เช่น  อีพ่อ   อีแม่ 

อีหล่า  เป็นต้น

                            ๓)  คำภาษาถิ่นบ้านป่าสัก  ใช้คำว่า  พ่อ  แหม่  นำหน้าคำเรียกเครือญาติ  เช่น  พ่อตู้  แหม่ตู้ 

พ่ออาว  แหม่อา  พ่อปู่  แหม่ย่า  เป็นต้น

            ๔)  คำภาษาถิ่นบ้านป่าสัก  ใช้คำว่า  ขี่  นำหน้าคำเรียกชื่อสัตว์  เช่น  ขี่เกี้ยม  ขี่โก๋ 

ขี่กะเดือน  เป็นต้น
                            ๕)  คำภาษาถิ่นบ้านป่าสัก  ไม่มีคำที่ใช้  ฉ  ช  แต่จะใช้    แทน  เช่น  ซัง  ซามอ่าง 

ซิ้นหลอด  เป็นต้น

            ๖)  คำภาษาถิ่นบ้านป่าสัก  ไม่มีคำที่ใช้    แต่จะใช้    แทน  เช่น  ลดถีบ  ลดจัก  เป็นต้น

                            ๗)  คำภาษาถิ่นบ้านป่าสัก  ไม่มีคำควบกล้ำ  เช่น  หัวขวน  กะต่า  เกือกกิ้ง  ควย  เป็นต้น

                            ๘)  คำภาษาถิ่นบ้านป่าสัก  ออกเสียงคำ  ย  เป็น  ญ  หรือ  ย  ที่ออกเสียงนาสิก  เช่น  หย่าง 

แหม่หย่า  เหมิด  เป็นต้น

       ๖.๒.๒  ข้อสังเกตเกี่ยวการนำคำกับภาษาถิ่นบ้านป่าสักกับภาษาไทยกลางไปใช้

            ๑)  นักเรียนให้ความสนใจในการเปรียบเทียบคำภาษาถิ่นกับคำภาษาไทยกลาง  เนื่องจาก

เป็นเรื่องที่สนุกสนาน  แปลกใหม่  เพราะที่ผ่านมาครูจะเน้นในเรื่องภาษาไทยกลาง  หากพูด  อ่าน  และเขียนผิดก็จะให้แก้ไขทันที  แต่เมื่อมีการนำภาษาถิ่นมาใช้กลับทำให้นักเรียนพูด  อ่าน  และเขียนภาษาไทยกลางถูกต้องคล่องแคล่ว

                          ๒)  นักเรียนนำภาษาถิ่นกับภาษาไทยกลางไปประยุกต์ใช้ในการเรียน  โดยพูด  อ่าน  และ

เขียนภาษาไทยกลางได้ถูกต้อง  คล่องแคล่ว  และเมื่อพบเห็นสิ่งของที่เป็นภาษาถิ่นก็สามารถคิดคำภาษา

ไทยกลางได้รวดเร็วส่งผลให้พูด  อ่าน  และเขียนได้ถูกต้องคล่องแคล่ว

           ๖.๓  ข้อเสนอแนะ

                       ๖.๓.๑  ควรมีการรวบรวมคำภาษาถิ่นบ้านป่าสักเพิ่มเติมอีก  เพราะคำภาษาถิ่นบ้านป่าสัก

อาจมีมากกว่าคำที่รวบรวมได้

                      ๖.๓.๒  ควรมีการนำภาษาถิ่นบ้านป่าสักไปจัดทำสื่อ  นวัตกรรมในรูปแบบอื่น  ทั้งนี้เพื่อเป็นการกระตุ้นให้นักเรียนเกิดความสนใจในการอ่าน  การเขียนมากขึ้น  ซึ่งจะส่งผลไปสู่การอ่าน  การเขียนที่ถูกต้องคล่องแคล่วต่อไป

๗.  การเผยแพร่/การได้รับการยอมรับ/รางวัลที่ได้รับ

           ๗.๑  การเผยแพร่

                   ๗.๑.๑  จัดทำแผ่นพับเพื่อให้นักเรียนโรงเรียนป่าสักวิทยา  ได้ศึกษาคำภาษาถิ่นกับภาษาไทยกลาง

                   ๗.๑.๒  ขยายผลให้กับครูในโรงเรียน  โดยนำไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน

                   ๗.๑.๓  นักเรียนจัดทำหนังสือเล่มเล็ก  เพื่อใช้ในการฝึกเขียนฝึกอ่าน  โดยใช้คำภาษาถิ่นและ

คำภาษาไทยกลางที่รวบรวมได้

                   ๗.๑.๔  ออกรายการเสียงตามสายของโรงเรียน  โดยเสนอเป็นเกร็ดความรู้  ภาษาถิ่นบ้านป่าสัก

กับภาษาไทยกลางวันละคำ  ซึ่งนักเรียนทุกคนให้ความสนใจในเรื่องของภาษาถิ่นรวมทั้งช่วยกันเสนอ

คำแปลกใหม่  ซึ่งจะได้เก็บรวบรวมคำภาษาถิ่นบ้านป่าสักเพิ่มเติมในโอกาสต่อไป 

           ๗.๒  การได้รับการยอมรับและรางวัลที่ได้รับเกี่ยวกับการอ่านการเขียน

     ๗.๒.๑  ปีการศึกษา  ๒๕๕๑

                          ๗.๒.๑.๑  การประกวดกิจกรรมงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน  ประจำปี  ๒๕๕๑ 

ระดับกลุ่มเครือข่ายสถานศึกษาที่  ๑๔  ชนะเลิศ  ดังนี้   

                                ๑)  การเขียนเรื่องจากภาพ  (ช่วงชั้นที่  2)     ๒)  ความเป็นเลิศภาษาไทย (ช่วงชั้นที่  2

                                ๓)  การแข่งขันท่องอาขยาน (ช่วงชั้นที่  2)  ๔)  การแข่งขันเล่านิทานคุณธรรม  (ช่วงชั้นที่  2

                          ๗.๒.๑.๒  การประกวดกิจกรรมงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน  ประจำปี  ๒๕๕๑ ระดับเขตพื้นที่การศึกษาหนองคาย เขต ๑  ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับที่  2  การแข่งขันเล่านิทานคุณธรรม  ช่วงชั้นที่  2

                          ๗.๒.๑.๓  การประกวดกิจกรรมความเป็นเลิศ  (Best  of  the  Best)  ตามนโยบายห้องเรียนคุณภาพ ประจำปีการศึกษา  ๒๕๕๑  ระดับกลุ่มเครือข่ายสถานศึกษาที่  ๑๔  ได้รับรางวัลนักเรียนเป็นผู้มีผลงานการเรียนรู้ที่สามารถสะท้อนคุณภาพการคิดเป็นเลิศ  (Best  of  the  Best)   ตามนโยบายห้องเรียนคุณภาพ  ชั้น ป.๔

                          ๗.๒.๑.๔  การเข้าร่วมโครงการปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน   นักเรียนได้รับรางวัลสุดยอดนักอ่านประจำเขตพื้นที่การศึกษาหนองคาย เขต ๑  ช่วงชั้นที่  ๑  และช่วงชั้นที่  ๒

     ๗.๒.๒  ปีการศึกษา  ๒๕๕๒

                          ๗.๒.๒.๑  การประกวดกิจกรรมงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน  ประจำปี  ๒๕๕๒

ระดับกลุ่มเครือข่ายสถานศึกษาที่  ๑๔  ชนะเลิศ  ดังนี้

                                ๑)  การแข่งขันท่องอาขยาน  ป.๔-๖            ๒)  การแข่งขันนักอ่านข่าวรุ่นเยาว์  ป.๑-๓

                                ๓)  การแข่งขันนักอ่านข่าวรุ่นเยาว์ ป.๔-๖  ๔)  การแข่งขันการเล่านิทานคุณธรรม  ป.๑-๓

                                ๕)  การเล่านิทานคุณธรรม  ป.๔-๖             ๖)  การแข่งขันคัดลายมือ ป.๔-๖  การศึกษาพิเศษ 

                          ๗.๒.๒.๒  การประกวดกิจกรรมงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน  ประจำปี  ๒๕๕๒

ระดับเขตพื้นที่การศึกษาหนองคาย เขต ๑  ได้รางวัลระดับเหรียญทอง  ดังนี้

                                ๑)  การแข่งขันท่องอาขยาน  ป.๔-๖          ๒)  การแข่งขันนักอ่านข่าวรุ่นเยาว์  ป.๑-๓

                                ๓)  การแข่งขันนักอ่านข่าวรุ่นเยาว์ ป.๔-๖  ๔)  การแข่งขันการเล่านิทานคุณธรรม ป.๑-๓

                          ๗.๒.๒.๓  การประกวดเรียงความระดับประถมศึกษา  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

หนองคาย เขต ๑

                                ๑)  ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ  ๑  การประกวดเรียงความระดับประถมศึกษา 

ช่วงชั้นที่  ๒  เรื่อง  เรารักพระเจ้าอยู่หัวและพระราชินี  (๑  กรกฎาคม  ๒๕๕๒)

                                ๒)  ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ  ๒  การประกวดเรียงความระดับประถมศึกษา 

ช่วงชั้นที่  ๑  เรื่อง  เรารักพระเจ้าอยู่หัวและพระราชินี  (๑  กรกฎาคม  ๒๕๕๒)

     ๗.๒.๓  ปีการศึกษา  ๒๕๕๓

                          ๗.๒.๓.๑  การประกวดกิจกรรมงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน  ประจำปี  ๒๕๕๓

ระดับกลุ่มเครือข่ายสถานศึกษาที่  ๑๔   ชนะเลิศ  ดังนี้

๑)  คัดลายมือและอ่านออกเสียง ป.๔-๖       ๒)  หนังสือเล่มเล็ก  ป.๔-๖ 

๓)  การแข่งขันท่องอาขยาน  ป.๔-๖            ๔)  เขียนเรียงความ  ป.๑-๓     

๕)  เขียนเรียงความ  ป.๔-๖                          ๖)  เล่านิทานคุณธรรม  ป.๑-๓

๗)  เล่านิทานคุณธรรม  ป.๔-๖                    ๘)  ประกวดเล่านิทานการศึกษาพิเศษ  ป.๑-๓

๙)  ประกวดเล่านิทานการศึกษาพิเศษ  ป.๔-๖    ๑๐)  อ่านออกเสียง  ป.๔-๖

                          ๗.๒.๓.๒  การประกวดกิจกรรมงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน  ประจำปี  ๒๕๕๓

ระดับเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต ๑  ได้รับรางวัล  ระดับเหรียญทอง  อันดับ  ๑  ดังนี้

๑)  คัดลายมือและอ่านออกเสียง  ป.๔-๖   ๒)  ประกวดเล่านิทานการศึกษาพิเศษ  ป.๔-๖   

๓)  อ่านออกเสียงการศึกษาพิเศษ  ป.๔-๖    

รางวัล  ระดับเหรียญทอง  ดังนี้

๑)  หนังสือเล่มเล็ก  ป.๔-๖                        ๒)  ท่องอาขยาน  ป.๔-๖    

๓)  เล่านิทานคุณธรรม ป.๔-๖

                          ๗.๒.๓.๓  การประกวดกิจกรรมงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน  ประจำปี  ๒๕๕๓

ระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  ณ  จังหวัดอุดรธานี  รางวัลที่ได้รับมีดังนี้

๑)  คัดลายมือและอ่านออกเสียง  (เดี่ยว)  ระดับชั้น ป.๔-๖  เหรียญทอง  อันดับ  ๔

๒)  ประกวดเล่านิทาน  (เดี่ยว)  การศึกษาพิเศษ  ระดับชั้น ป.๔-๖  เหรียญทองแดง

๓)  อ่านออกเสียง (เดี่ยว) การศึกษาพิเศษ ระดับชั้น ป.๔-๖  เหรียญทองแดง

 


ผู้เขียน : ประภาพร บุญพาเกิด
หน่วยงาน : โรงเรียนป่าสักวิทยา
ศุกร์ ที่ 9 เดือน กันยายน พ.ศ.2554

การพัฒนาคุณธรรมและสร้างสำนึกความเป็นไทยเพื่อพัฒนาเด็กไทยอย่างยั่งยืน

โพสต์4 ก.ค. 2559 06:19โดยnki1 admin

รายงานการสังเคราะห์ผลการดำเนินงานโครงการ  พัฒนาคุณธรรมและสร้างสำนึกความเป็นไทยเพื่อพัฒนาเด็กไทยอย่างยั่งยืน


นางสมหมาย  เกษร

    ศึกษานิเทศก์

  ความเป็นมา ความสำคัญ วัตถุประสงค์  และเป้าหมาย

 

๑.  ความเป็นมาและความสำคัญ

          ตามนโยบายกระทรวงศึกษาธิการได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานดำเนินการจัดทำโครงการพัฒนาคุณธรรมและสร้างสำนึกความเป็นไทยเพื่อพัฒนาเด็กไทยอย่างยั่งยืนในการที่เห็นควรจะต้องเร่งส่งเสริมคุณธรรมและสร้างสำนึกความเป็นไทยให้กับเด็กและเยาวชนไทยได้เรียนรู้เข้าใจถึงความเป็นชาติไทยที่แท้จริง                                                                                                         ในปัจจุปันความเจริญทางเทคโนโลยีและการสื่อสารก้าวหน้าไปอย่างไม่หยุดยั้งส่งผลต่อการพัฒนาประเทศมิใช่น้อย ประชากรไทยทั้งมวลได้รับวัฒนธรรมต่างชาติไม่ทางตรงก็ทางอ้อมและได้ซึมซับเข้าไปในวิถีชีวิตของตัวเด็กอย่างน่าเป็นห่วง อีกทั้งมีการแข่งขันเพื่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกขอดงชีวิตก่อให้เกิดปัญหาด้านพฤติกรรมของคน ในสังคม  ความหย่อนในระเบียบวินัย ขาดคุณธรรม จริยธรรม ขาดความร่วมมือในการทำงานส่งผลให้การปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมที่ดีงามให้แก่นักเรียนจึงต้องช่วยกันทุกคน ทุกฝ่ายและอาจต้องใช้เวลานาน การใช้เทคนิค วิธีการ กิจกรรม สื่อ นวัตกรรมมากมายหลายรูปแบบ สถานศึกษาร่วมกับบุคคล ครอบครัวชุมชนองค์กรชุมชน สถานบันทางศาสนา บวร ต่างฝ่ายก็เพื่อมุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ให้นักเรียนมีความรักชาติ มีความซื่อสัตย์ สุจริตมีวินัยใฝ่เรียนรู้อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทยและมีจิตสาธารณะ  การพัฒนาคุณธรรมให้กับนักเรียนคามแนวทางคุณธรรมพื้นฐาน 8 ประการคือ  ขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ มีวินัย มีน้ำใจ สุภาพ สะอาด สามัคคี มีน้ำใจ โดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

          สำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐานเห็นความสำคัญเป็นอย่างยิ่งจึงได้จัดทำโครงการพัฒนาคุณธรรมและสร้างสำนึกความเป็นไทย   เพื่อพัฒนาเด็กไทยอย่างยั่งยืน  ประจำปีงบประมาณ 255๔  ในกิจกรรมการเสริมสร้างคุณธรรมในสถานศึกษา โดยดำเนินการใน กิจกรรมหลักดังนี้

                กิจกรรมที่ 1  ศูนย์การเรียนรู้ พุทธศาสนาสร้างจิตอาสาชุมชน

                กิจกรรมที่   2 กิจกรรมโครงงานคุณธรรมสำนึกดี CSR บนฐานความคิดคุณธรรมและโครงงานคุณธรรมเยาวชนไทยทำดีถวายในหลวง 

          กิจกรรมที่ จัดค่ายพระ โต๊ะครู ครู ผู้ปกครอง การประสานงานทั้ง ฝ่าย (บวร) บ้านวัด โรงเรียน  

 

2. วัตถุประสงค์ 

          1. เพื่อส่งเสริมคุณธรรม หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การแก้ไขปัญหายาเสพติด และสร้างระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนทุกโรงในสังกัด

          2. เพื่อให้นักเรียนทุกคนได้รับการพัฒนาจิตใจ รู้บาป บุญ คุณโทษมีความคิดประพฤติถูกต้องตามทำนอง       คลองธรรม

          3. เพื่อให้นักเรียนนักเรียนในโรงเรียนทุกโรงในสังกัดมีจิตอาสา มีความรับผิดชอบช่วยแก้ปัญหาสังคม และมีความภาคภูมิใจ

          4. บ้าน วัด/ศาสนสถานและโรงเรียนพัฒนาด้านคุณธรรม จริยธรรม ร่วมมือกันดูแลช่วยเหลือและสร้างภูมิคุ้มกันแก่นักเรียน


3.เป้าหมาย

          ๓.1 เชิงปริมาณ

                   ๓.1.1 ผู้บริหาร ครู นักเรียน โรงเรียนคุณธรรมชั้นนำ 1๖ โรง

                   ๓.1.2 ผู้บริหาร ครู นักเรียน ในโรงเรียนเครือข่ายของโรงเรียนศูนย์แม่ข่ายโรงเรียนวิถีพุทธชั้นนำ             1๔๒ โรง

          ๓.2  เชิงคุณภาพ

                   ๓.2.1  ผู้บริหารครู นักเรียนในโรงเรียนศูนย์แม่ข่ายโรงเรียนวิถีพุทธชั้นนำ๑๖ โรง สามารถเป็นแบบอย่างในด้านศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรมแก่สังคมได้และเป็นโรงเรียนที่มีคุณภาพในการปลูกฝังศีลธรรม  คุณธรรม จริยธรรม อย่างต่อเนื่องเป็นที่ยอมรับของผู้บริหาร ครู ชุมชนเป็นโรงเรียนที่ใช้หลักธรรมมาภิบาล มีโครงงานคุณธรรมสำนึกดี โครงงานคุณธรรมเยาวชนไทยทำดีถวายในหลวง อย่างน้อยโรงเรียนละ ๒ โครงงาน

                   ๓.2.ผู้บริหาร ครู นักเรียนในโรงเรียนเครือข่ายโรงเรียนวิถีพุทธชั้นนำ๑๔๒ โรง เป็นผู้ปฏิบัติตนมีคุณธรรม จริยธรรมและมีการจัดกิจกรรมเสริมสร้างคุณธรรมเพื่อพัฒนานักเรียนให้เป็นคนดีมีคุณภาพจัดทำโครงงานคุณธรรมสำนึกดีโครงงานคุณธรรมเยาวชนไทยทำดีถวายในหลวง อย่างน้อยโรงเรียนละ ๒ โครงงาน


ขั้นตอนการดำเนินงาน

 

๑. ขั้นตอนการดำเนินงานระดับ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา หนองคาย เขต ๑

 

                ๑.  จัดทำร่างโครงการเสริมสร้างคุณธรรมในสถานศึกษา

                ๒.  แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานพัฒนาคุณธรรมจริยธรรม ระดับเขตพื้นที่การศึกษา

                ๓.  ประชุมคณะกรรมการดำเนินงานพัฒนาคุณธรรมจริยธรรม ระดับเขตพื้นที่การศึกษา  เพื่อพิจารณาการใช้งบประมาณและการจัดกิจกรรมส่งเสริมการปลูกฝังคุณธรรมฯ  และการจัดโรงเรียนศูนย์เครือข่ายโรงเรียนวิถีพุทธชั้นนำ

                ๔.  ปรับปรุงโครงการฯ  นำเสนออนุมัติโครงการ

                ๕.  จัดประชุมสัมมนา จำนวน ๓  ครั้ง

                                ๕.๑  ประชุมผู้บริหารโรงเรียนศูนย์แม่ข่ายโรงเรียนวิถีพุทธชั้นนำ  จำนวน ๑๖  โรงเรียน เพื่อชี้แจงแนวทางในการดำเนินงาน

                                ๕.๒  ประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (AAR)   เพื่อทบทวนผลการดำเนินงานให้ทุกโรงเรียนศูนย์แม่ข่ายโรงเรียนวิถีพุทธชั้นนำ  ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ถึงผลสำเร็จและการแก้ไขปัญหาร่วมกัน

                                ๕.๓  ประชุมสรุปผลการดำเนินงาน ในรูปแบบทำ AAR 

                ๖.  ร่วมประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินงาน ให้คำแนะนำตามศูนย์เครือข่ายต่างๆ

                ๗.  ดำเนินงานตามกิจกรรมการดำเนินงานระดับเขตพื้นที่การศึกษา

                                ๗.๑  ประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้

                                ๗.๒  ปรับวิสัยทัศน์การดำเนินงานโรงเรียนวิถีพุทธเน้นจิตอาสา

                                ๗.๓  จัดอบรมเครือข่ายการเรียนรู้เพื่อพัฒนาจิตวิญญาณครูผู้ปลูกฝังคุณธรรม

                                ๗.๔  จัดประกวดโครงงานคุณธรรมระดับเขตพื้นที่การศึกษา

                                ๗.๕  จัดตลาดนัดความดี วิถีพุทธ วิถีไทย

                                ๗.๖  จัดแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครูเครือข่ายการเรียนรู้เพื่อพัฒนาจิตวิญญาณครูผู้ปลูกฝังคุณธรรม

                ๘.  ให้การสนับสนุนชี้แนะ ให้กำลังใจ การมอบเกียรติบัตรยกย่องชมเชยผลงานดีเด่น ในงานตลาดนัดความดีวิถีพุทธ วิถีไทย

                ๙.  นิเทศ ติดตาม สังเคราะห์สรุปผลการดำเนินงาน


๒.  รายละเอียดโครงการ

งาน/โครงการ                       เสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรมในสถานศึกษา

หน่วยงานที่รับผิดชอบ      กลุ่มงานพัฒนาหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานและกระบวนการเรียนรู้

                                                สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต ๑

ผู้รับผิดชอบ                         ๑.  นางสมหมาย  เกษร

                                                .  นายสังข์  ใจขาน

                                                ๓.  นางจิตราพร  ราชบัณฑิต

                                                ๔.  นายวิวัฒน์  ผาวันดี

ลักษณะโครงการ                 ต่อเนื่อง

ระยะเวลาดำเนินงาน         ตุลาคม ๒๕๕๓ -  กันยายน  ๒๕๕๔

                ๑.  หลักการและเหตุผล

                ด้วยภาวะปัจจุบันความเจริญทางเทคโนโลยีและการสื่อสารก้าวหน้าไปอย่างไม่หยุดยั้งส่งผลต่อ        การพัฒนาคุณภาพเยาวชนไทย  ประชากรไทยทั้งมวลได้รับวัฒนธรรมต่างชาติไม่ทางตรงก็ทางอ้อม และวัฒนธรรมเหล่านั้นได้ซึมซับเข้าไปในวิถีชีวิต  ไม่ว่าจะเป็นการแต่งกายหรือการใช้ภาษา  เด็กและเยาวชนไทยจำนวนมากไม่สนใจวัฒนธรรมไทยการใช้วิถีชีวิตอย่างไทย  การปฏิบัติตนตามหลักศาสนาที่ตนนับถือ  สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้มีนโยบายการขับเคลื่อนงานตามกลยุทธ์ที่ ๒  มีเป้าหมายความสำเร็จเพื่อให้ผู้เรียนทุกคนได้รับการพัฒนาให้มีคุณธรรม มีจิตสำนึกความเป็นไทย มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ และให้ทุกโรงเรียนจัดกิจกรรมสร้างเสริมคุณธรรม จริยธรรม และดำรงชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง   สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคายเขต ๑   จึงได้จัดทำโครงการเสริมสร้างคุณธรรมในสถานศึกษา เพื่อรองรับและสนองนโยบายดังกล่าวให้เป็นไปตามเป้าหมายของการพัฒนาคุณภาพการศึกษาต่อไป

                ๒.  วัตถุประสงค์

.  เพื่อส่งเสริมให้สถานศึกษาจัดกิจกรรมปลูกฝังคุณธรรม สร้างจิตอาสาชุมชน ภูมิใจในความเป็นไทย

๒.๒  เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือ ๓ ประสาน บ้าน วัด โรงเรียนในการพัฒนาด้านคุณธรรมจริยธรรม ฟื้นฟูวัฒนธรรมชาวพุทธ

๒.๓  เพื่อส่งเสริมเยาวชนจัดทำโครงงานคุณธรรมสำนึกดี CSR  และโครงงานคุณธรรมเยาวชนไทยทำดี ถวายในหลวง

๒.๔  เพื่อพัฒนาองค์กร เครือข่าย ชมรมให้มีส่วนร่วมในการเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรมแก่เยาวชน

๒.๕  เพื่อส่งเสริม สนับสนุนและให้ขวัญกำลังใจผู้ทำความดีอย่างสม่ำเสมอ จัดให้มีเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการทำความดี

                 ๓.  เป้าหมาย

                ๓.๑  เชิงปริมาณ

                                ๑)  คัดเลือก ๑๖  โรงเรียน  ๓๒ โครงงานยอดเยี่ยม โครงงานดีเด่นระดับประถมและมัธยมฯ

ระดับละ ๕ รางวัล

                                ๒)  พัฒนาครูผู้รับผิดชอบเป็นที่ปรึกษาโครงงานคุณธรรมโรงเรียนละ ๑ คน รวม  ๑๖๐  คน

                                ๓) จัดตลาดนัดความดี วิถีพุทธ วิถีไทย  ๑ วัน  จัดแสดงสินค้าคุณธรรม กิจกรรมทำความดีจำนวน ๓๒ โรงเรียน สัมมนาทางวิชาการ  ผู้เข้าชมและร่วมกิจกรรมทุกโรงเรียน

                                ๔)  ปรับวิสัยทัศน์โรงเรียนวิถีพุทธเน้นจิตอาสา จำนวน  ๑๗  โรงเรียน

.๒  เชิงคุณภาพ

                                ๑)  นักเรียนมีพัฒนาการด้านคุณภาพจิต รู้บาป บุญ คุณ โทษ มีจิตอาสาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

                                ๒)  นักเรียนดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ด้วยฐานคิดเชิงคุณธรรมและร่วมกันทำความดีอย่างมีปัญญา

                                ๓)  โรงเรียนมีบุคลากรจากวัด ชุมชน มีกิจกรรมและกระบวนการเชิงบวกที่เข้มแข็งในการดูแลนักเรียนให้เป็นคนดี มีคุณธรรม รับผิดชอบหน้าที่ตนเอง ห่างไกลยาเสพติด

                                ๔)  คนดีได้รับการเอาใจใส่ พูดถึง ยกย่อง ให้ขวัญกำลังใจ  เผยแพร่ประชาสัมพันธ์อย่าง ต่อเนื่อง

                ๔.  กิจกรรมและระยะเวลาดำเนินการ

กิจกรรม

ระยะเวลาดำเนินการ

๑.  วางแผน กำหนดแนวทาง

๒.  ประชุมปรึกษา  ชี้แจง  ร่วมวางแผนการดำเนินงาน

๓.  ดำเนินงานตามกิจกรรม/ เป้าหมายที่กำหนด

       โครงงานคุณธรรม

       -  กิจกรรมสร้างจิตอาสา พัฒนาชุมชน

        - สร้างความร่วมมือ บ้าน วัด โรงเรียน

        - ปรับวิสัยทัศน์ ร.ร.วิถีพุทธเน้นจิตอาสา

        -  ตลาดนัดความดี วิถีพุทธ วิถีไทย

๔.  ประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (AAR  ๓  ครั้ง)

๕.  นิเทศ ติดตาม ประเมินผล

๖.  สรุปรายงานผล

มกราคม ๒๕๕๔

กุมภาพันธ์  ๒๕๕๔

 

มีนาคม  กันยายน ๒๕๕๔

มีนาคม  กันยายน ๒๕๕๔

มีนาคม  กันยายน ๒๕๕๔ มีนาคม  ๒๕๕๔

กันยายน  ๒๕๕๔

พ.ค., ก.ค., ก.ย. ๕๔

มีนาคม  ตุลาคม  ๒๕๕๔

ตุลาคม  ๒๕๕๔

                 ๕.  งบประมาณ

                งบประมาณดำเนินการ  ได้รับจัดสรรจาก สพฐ. กลยุทธ์ที่ ๒ แผนงานขยายโอกาสและพัฒนาการศึกษา กิจกรรมการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม โครงการเสริมสร้างคุณธรรมในสถานศึกษา   จำนวน  ๙๔๑,๘๕๐.   (เก้าแสนสี่หมื่นหนึ่งพันแปดร้อยห้าสิบบาทถ้วน) ถัวจ่ายทุกรายการ   ตามรายละเอียดการใช้จ่ายงบประมาณดังต่อไปนี้

รายการใช้จ่าย

งบประมาณทั้งสิ้น

แยกตามประเภทการใช้จ่าย

ค่าใช้สอย

ค่าตอบ แทน

วัสดุ

๑. การบริหารภายในสำนักงาน

๑.  ประชุมชี้แจงแนวดำเนินงานและการใช้งบประมาณ

- อาหารเที่ยง /เครื่องดื่ม /อาหารว่าง  ๑๖ คนๆ ละ ๘๐ บาท   

๒.  ประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทำ AAR  ๓  ครั้ง

      - อาหารเที่ยง /เครื่องดื่ม /อาหารว่าง     ๑๖ โรง        คนละ ๘๐ บาท  ๓  ครั้ง    

๓.  ประชุมสรุปผลการดำเนินงาน

      - อาหารเที่ยง /เครื่องดื่ม /อาหารว่าง          ๑๖ โรง          คนละ ๘๐ บาท 

๔.  จัดทำวีดีทัศน์ประชาสัมพันธ์  ๓,๖๐๐  บาท

๕.  วัสดุ/เอกสาร  

๖.  นิเทศ ติดตาม

๒๔,๑๕๐.

 

 

๑,๒๘๐ 

 

๓,๘๔๐ 

 

 

๑,๒๘๐

 

 ๓,๖๐๐ 

 

๘,๕๗๖ 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

๕,๕๗๔  

๒.  โครงงานคุณธรรม

       ๒.๑  คัดเลือกโครงงานดีเด่น

- อาหารเที่ยง /เครื่องดื่ม /อาหารว่าง ๑๖ คน ๆ ละ ๘๐ บาท    

- ค่าพาหนะคณะกรรมการ  ๑๖ คนถัวจ่ายคนละ ๑๕๐ บาท 

- ทุนสนับสนุนการดำเนินการต่อเนื่อง

รางวัล

ชช.๒

ชช.๓

รวม

๒,๐๐๐

๒,๐๐๐

๔,๐๐๐

๑.๕๐๐

๑,๕๐๐

๓,๐๐๐

๑,๐๐๐

๑,๐๐๐

๒,๐๐๐

ชมเชย๒ รางวัล

๑,๐๐๐

๑,๐๐๐

๒,๐๐๐

รวม

๕,๕๐๐

๕,๕๐๐

๑๑,๐๐๐

๔๘,๙๒๐

 

 

๑,๒๘๐ 

๒,๔๐๐ 

๑๑,๐๐๐

 

 

 

รายการใช้จ่าย

งบประมาณทั้งสิ้น

แยกตามประเภทการใช้จ่าย

ค่าใช้สอย

ค่าตอบ แทน

วัสดุ

- จัดทำโล่รางวัลที่๑   ๒โล่

๒.๒  พัฒนาครูที่ปรึกษาโครงงานคุณธรรม

- อาหารเที่ยง /เครื่องดื่ม /อาหารว่าง ๑๕๘ คนๆละ ๘๐ บาท  

๒.๓  ค่าวัสดุ/เอกสาร

 

 

 

๑๒,๖๔๐ 

 

๓,๒๐๐

 

 

 

๑๘,๔๐๐

๓.  ปรับวิสัยทัศน์การดำเนินงาน ร.ร.วิถีพุทธเน้นจิตอาสา

- อาหารเที่ยง  ๓๔  คน ๆ ละ ๔๐ บาท ๔  มื้อ 

- เครื่องดื่ม /อาหารว่าง   ๓๔  คน ๆ ละ ๒๐ บาท ๔  มื้อ

- สถานที่  

- ค่าตอบแทนวิทยากร ๓ ชั่วโมง ๆ ละ ๖๐๐ บาท

- ค่าพาหนะนำเสนองานแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ร.ร.ละ ๓๐๐ บาท ๑๗  โรงเรียน

- ประชุมฯสรุปผลการเรียนรู้ ๑๗ คน ๆ ละ ๘๐ บาท

- คาวัสดุ/เอกสาร

๒๗,๑๘๐.

 

๕,๔๔๐ 

๒,๗๒๐

๔,๐๐๐

 

๕,๑๐๐

 

๑,๓๖๐

 

 

 

 

๑,๘๐๐

 

 

 

 

 

๖,๗๖๐

๔.  ตลาดนัดความดี  

- สถานที่ /เครื่องเสียง 

- เช่าเต้น  ๑๐ หลัง  

- ค่าพาหนะ ร.ร.นำเสนอผลงาน ๓๒ โรงๆ ละ ๑,๐๐๐ บาท 

- อาหารเที่ยง /เครื่องดื่ม /อาหารว่าง ๕๐๐ คน ๆ ละ ๘๐ บาท   

- ค่าถ่ายทำวีดีทัศน์ภาพรวมการเสนอผลงานแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 

- ค่าตอบแทนวิทยากร  ๖ คน ๆละ ๕๐๐  บาท

- จัดทำโล่ ร.ร.ที่เป็นเลิศในการจัดกิจกรรมส่งเสริมปลูกฝังศีลธรรม จำนวน ๓ โล่

- วัสดุ/เอกสาร

๑๐๖,๙๐๐.

 

๕,๐๐๐ 

 

๓๒,๐๐๐ 

๔๐,๐๐๐ 

 

 

 

 

 

 

 

 

๓,๐๐๐

 

 

๕,๐๐๐ 

 

 

๓,๖๐๐ 

 

 

 

๔,๘๐๐

๑๓,๕๐๐

 

รายการใช้จ่าย

งบประมาณทั้งสิ้น

แยกตามประเภทการใช้จ่าย

ค่าใช้สอย

ค่าตอบ แทน

วัสดุ

๕.  จัดสรรให้โรงเรียนแม่ข่ายแกนนำดำเนินงานปลูกฝังคุณธรรม  จำนวน  ๑๖  โรงเรียน (เฉลี่ย โรงละ ๔,๖๕๐ บาท)

ที่

โรงเรียน

จำนวน ร.ร.ในเครือข่าย

งบประมาณ

ราชประชานุเคราะห์๑๔

๑๓

๖๐,๔๕๐

เหล่าฝ้ายผดุงวิทย์

๑๒

๕๕,๘๐๐

ราษฎร์นุเคราะห์

๑๐

๔๖,๕๐๐

บ้านโคกป่าฝาง

๑๑

๕๑,๑๕๐

ชุมชนบ้านพวก

๑๑

๕๑,๑๕๐

บ้านหนองผือ

๔๑,๘๕๐

บ้านกวดโคกสว่าง

๔๑,๘๕๐

อนุบาลดารณีท่าบ่อ

๓๗,๒๐๐

บ้านนาน้ำพาย

๔๑,๘๕๐

๑๐

บ้านหม้อเหนือ

๑๑

๕๑,๑๕๐

๑๑

บ้านไทยสามัคคี

๑๐

๔๖,๕๐๐

๑๒

บ้านสังกะลีนาขาม

๑๐

๔๖,๕๐๐

๑๓

บ้านเทพประทับ

๑๐

๔๖,๕๐๐

๑๔

สมสะอาดดงมุขวิทยา

๓๗,๒๐๐

๑๕

บ้านเดื่อทุ่งสวรรค์

๔๑,๘๕๐

๑๖

บ้านไร่

๓๗,๒๐๐

๗๓๔,๗๐๐.

 

 

 

รวม

๗๓๔,๗๐๐.

๑๔๑,๕๑๖

๔,๘๐๐

๖๐,๘๓๔

รวมทั้งสิ้น

๙๔๑,๘๕๐.

 .  การติดตามและประเมินผล

                โรงเรียนจัดทำรายงานผลแบบ ๑ หน้ากระดาษ เป็นรายกิจกรรมและรายไตรมาส โดยรายงานประจำเดือนภายในวันที่ มีนาคม / พฤษภาคม / กรกฎาคม / กันยายน

ตัวชี้วัดผลสำเร็จ

เครื่องมือวัด/ประเมินผล

วิธีการวัด/ประเมินผล

๑. ครู บุคลากรมีจิตอาสาชุมชน ภูมิใจในความเป็นไทย

๒.เยาวชนจัดทำโครงงานคุณธรรมสำนึกดี CSR และโครงงานคุณธรรมเยาวชนไทยทำดี ถวายในหลวง

๔.องค์กรเครือข่ายชมรมมีส่วนร่วมใน           การเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรมแก่เยาวชน

๕.คนดีได้รับการส่งเสริมสนับสนุนและให้ขวัญกำลังใจอย่างสม่ำเสมอ

แบบสอบถาม

 

รายงานโครงงาน

 

 

แบบสอบถาม

 

แบบสอบถาม

สอบถาม

 

ประเมินสรุป

 

 

สอบถาม

 

สอบถาม

 

๗.  ผลที่คาดหวัง

                ๑.  นักเรียนได้รับการพัฒนาจิตใจ รู้บาป บุญ คุณ โทษ มีความคิด ความประพฤติถูกต้องตามทำนอง          คลองธรรม

                ๒.  นักเรียนมีจิตอาสา มีความรับผิดชอบช่วยแก้ปัญหาสังคม และมีความภาคภูมิใจในตนเอง

                ๓.  บ้าน วัด/ศาสนสถาน และโรงเรียนได้รับการพัฒนาด้านคุณธรรมจริยธรรม ร่วมมือกันดูแลช่วยเหลือนักเรียน และสร้างภูมิคุ้มกันแก่นักเรียน

                ๔.  องค์กร เครือข่าย ชมรม มีความเข้มแข็ง ดำเนินงานเพื่อส่วนรวมอย่างต่อเนื่อง

                ๕.  คนดี มีกำลังใจไม่ถูกทอดทิ้งให้โดดเดี่ยวในการทำความดี

 

ปฏิทินดำเนินงานเสริมสร้างคุณธรรมในสถานศึกษา

ปีงบประมาณ ๒๕๕๔

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต ๑

ที่

กิจกรรมดำเนินการ

วัน/เดือน/ปี

สถานที่

ผู้รับผิดชอบ

ประชุมคณะกรรมการพัฒนางานเสริมสร้างคุณธรรม สพป.นค.๑

๑๕  ธ.ค. ๕๓

ห้องประชุมปราบฮ่อ

สพป.นค.๑

เสนออนุมัติโครงการ

ม.ค. ๕๔

 

สพป.นค.๑

ประชุมชี้แจงโรงเรียนศูนย์แม่ข่ายคุณธรรม

ก.พ. ๕๔

ห้องประชุมปราบฮ่อ

สพป.นค.๑

โรงเรียนศูนย์แม่ข่ายคุณธรรมเสนออนุมัติโครงการ

ก.พ. ๕๔

 

ร.ร.ศูนย์       แม่ข่าย

โรงเรียนแม่ข่ายชี้แจงการดำเนินงานกับเครือข่าย

ก.พ. ๕๔

ร.ร.แม่ข่าย

ร.ร.แม่ข่าย

ดำเนินงานตามภารกิจหลัก

๑. จิตอาสา

๒. โครงงานคุณธรรมฯ

๓. บวร

ก.พ. ถึง ก.ย.

ทุกโรงเรียน

ทุกโรงเรียน

รายงานความก้าวหน้าในการดำเนินงาน

มี.ค., พ.ค., ก.ค.  ๕๔

ร.ร.แม่ข่าย

ร.ร.แม่ข่าย

แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทำ AAR

เม.ย.,  มิ.ย. ส.ค. ๕๔

สพป.นค.๑

สพป.นค.๑

 ๙

เปิดบ้านคุณธรรม/แสดงผลงาน/

คัดเลือก Good  Practice

ส.ค. ๕๔

ร.ร.แม่ข่าย

ร.ร.แม่ข่าย

๑๐

ตลาดนัดความดี ระดับเขตพื้นที่

ส.ค. ๕๔

สพป.นค.๑

สพป.นค.๑

๑๑

ประชุมสรุปงานประจำปี

ก.ย. ๕๔

สพป.นค.๑

สพป.นค.๑

๑๒

ประชุมสรุปงานระดับเขตภาคสงฆ์

ต.ค. ๕๔

สพป.นค.๑

สพป.นค.๑

 



ผู้เขียน : สมหมาย เกษร
หน่วยงาน : กลุ่มนิเทศฯ สพป.นค.๑
พุธ ที่ 28 เดือน กันยายน พ.ศ.2554
เข้าชม : 320

การจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นหลักต่อความสามารถในการคิดแก้ปัญหาและพฤติกรรมกลุ่มของเด็กปฐมวัย

โพสต์4 ก.ค. 2559 06:13โดยnki1 admin

การจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นหลักต่อความสามารถในการคิดแก้ปัญหาและพฤติกรรมกลุ่มของเด็กปฐมวัย
1. ชื่อผลงาน Best Practice : เรื่อง การจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นหลักต่อความสามารถในการคิดแก้ปัญหาและพฤติกรรมกลุ่มของเด็กปฐมวัย

2. ชื่อผู้นำเสนอผลงาน Best Practice นางลักขณา เพ็งนิล ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะชำนาญการพิเศษ
ที่อยู่... โรงเรียนบ้านศรีเชียงใหม่ อำเภอ ศรีเชียงใหม่ จังหวัด หนองคาย
อีเมลล์... LukkanaPengnil@hotmail.com

3. หลักการเหตุผล/ความเป็นผล :
เด็กปฐมวัยวัยเป็นวัยที่มีความสำคัญที่สุดที่สุดสำหรับการพัฒนาชีวิตมนุษย์ สิ่งที่เด็กได้รับประสบการณ์ การเรียนรู้ที่เหมาะสมจึงมีความสำคัญในการส่งเสริมพัฒนาการให้เด็กอย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยให้เด็กเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์และเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพในอนาคต (เยาวพา เดชะคุปต์ 2542 : บทนำ)
ผู้เขียนเป็นครูผู้สอนเด็กชั้นอนุบาลปีที่ 2 ตั้งแต่ปีการศึกษา 2529 เป็นต้นมา เป็นเวลา 26 ปี พบปัญหาและพฤติกรรมของเด็กมากมาย จึงพยายามแก้ไขมาและช่วยเหลือเด็กโดยตลอด และในปี 2551 ได้รับคัดเลือกให้เข้ารับการอบรมครูการศึกษาพิเศษที่ศูนย์ศึกษาพิเศษ จังหวัดอุดรธานี และศูนย์การศึกษาพิเศษจังหวัดขอนแก่น ได้รับความรู้และประสบการณ์มากมาย หาวิธีการช่วยเหลือเด็กที่มีปัญหาเด็กที่มีปัญหาด้านการเรียนรู้เด็กด้อยโอกาส เด็กเรียนร่วมมาโดยตลอด จึงได้ศึกษา แนวคิด ทฤษฏี ของนักการศึกษาหลายท่านจึง ได้รับแรงบันดาลใจ ในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นหลักต่อความสามารถในการคิดแก้ปัญหาและพฤติกรรมกลุ่มเด็กปฐมวัย
3.1 เกิดจากปัญหาที่ตัวเด็ก/เศรษฐกิจครอบครัว เด็กส่วนมากมาจากครอบครัวยากจน หาเช้ากินค่ำ พ่อแม่ไม่มีเวลาดูแลเด็ก ทำให้เด็กขาดความอบอุ่น ไม่ค่อยร่าเริง แจ่มใส เฉื่อยชา ขี้อาย กลัวคน ไม่กล้าสนทนาโต้ตอบ ไม่กล้าแสดงความคิดเห็น ไม่ค่อยทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อน ขาดทักษะการฟัง การพูด ขาดความมั่นใจในตนเอง จากการได้ศึกษาเข้ารับการอบรมจึงได้นำความรู้เหล่านั้นมาพัฒนาเด็กจนทำให้เกิดผลงานที่ภาคภูมิใจมากมาย
3.2 เกิดจากผลงานที่ภาคภูมิใจ ด้านตัวเด็ก ได้รับรางวัลต่างๆมากมาย ขอยกตัวอย่างเฉพาะด้านวิชาการ เช่น รางวัลเหรียญทอง การสร้างภาพปะติด การปั้นดินน้ำมัน ระดับเครือข่าย และระดับเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษา ซึ่งทั้งสองกิจกรรมเป็นกิจกรรม การทำงานกลุ่ม 
ด้านสถานศึกษา ได้รับคัดเลือกให้เป็นโรงเรียนดีในตำบล ให้เป็นโรงเรียนนำร่อง บ้านวิทยาศาสตร์น้อยประเทศไทย ได้รับคัดเลือกให้เป็นห้องเรียนคุณภาพของระดับปฐมวัย (สพป.นค.1)โรงเรียนแกนนำเรียนร่วม (ศูนย์การศึกษาพิเศษจังหวัดหนองคาย)
ด้านครูผู้สอน ได้รับคัดเลือกเป็น Master teacher ระดับปฐมวัย ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหนองคายเขต 1 ในโครงการของศูนย์เครือข่ายและสื่อสารวิทยากรแกนนำ ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานร่วมกับ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสถาบันอุดมศึกษาหลักของประเทศ เพื่อพัฒนาครูทั้งระบบ ประจำปีการศึกษา 2554 – 2555 ได้รับคัดเลือกเข้ารับรางวัล หนึ่งแสนครูดี ครูดีในดวงใจระดับเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคายเขต 1 ได้รับคัดเลือกให้เป็นครูต้นแบบที่มีความเข้มแข็งในการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ ได้รับรางวัลครูเกียรติยศ (Teacher Awards) สาขาปฐมวัย ได้รับรางวัลครูดีเด่น ครูตัวอย่าง ด้วยแรงบันดาลใจดังกล่าว ทำให้ผู้เขียนพัฒนาการจัดประสบการณ์ การเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นหลัก เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดแก้ปัญหา และพฤติกรรมกลุ่มของเด็กปฐมวัย ให้มีความสามารถในการแก้ไขปัญหา เรียนรู้และทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข
การจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นหลัก หมายถึงการจัดกิจกรรม การเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์ปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันและใกล้ตัวเด็กเป็นตัวกระตุ้นให้เด็กใช้ความรู้ ความคิด และประสบการณ์การตัดสินใจในการแก้ปัญหาโดยให้เด็กเรียนรู้ร่วมกันเป็นกลุ่มย่อย และมีการเรียนรู้ด้วยตนเอง จากแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย เช่น จากครู ผู้ปกครอง ครูพี่เลี้ยง พี่นักเรียน นักการภารโรง แม่ค้า มุมประสบการณ์ต่างๆในห้องเรียน ครูมีหน้าที่อำนวยความสะดวก จัดแหล่งเรียนรู้ให้กับเด็ก 
4. วัตถุประสงค์ : 
4.1 เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดแก้ปัญหา ด้าน ภาษาการพูด การอ่าน การเขียน
4.2 เพื่อพัฒนาพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม
4.3 เพื่อส่งเสริมให้เด็กมีนิสัยรักการอ่าน การแสวงหาความรู้
5. แนวคิด/ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง
การจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นหลัก ได้ยึดทฤษฎีดังนี้
5.1 ทฤษฎีของ บรูเนอร์ กล่าวว่า การสอนให้ผุ้เรียนได้เรียนรู้โดยการค้นพบด้วยตนเองเป็นการเพิ่มสติปัญญาให้กับตนเอง ทำให้การเรียนรู้มีความหมายช่วยให้มีความจำดีกว่าวิธีอื่น
5.2 ทฤษฎีของ ไวก๊อตกี้ กล่าวว่าเด็กจะเกิดการเรียนรู้ พัฒนาสติปัญญา และทัศนคติขึ้น เมื่อมี ปฏิสัมพันธ์การทำงานร่วมกับผู้อื่น 
6. การดำเนินงาน/กระบวนการ/วิธีการปฏิบัติ
1. ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน 
1.1 เตรียมเด็กให้พร้อม สร้างบรรยากาศให้เด็กสนใจในการทำกิจกรรม โดยใช้เพลง คำคล้องจอง นิทาน หุ่นมือ ภาพประกอบ ซึ่งใช้ในระยะสั้นๆ เป็นกิจกรรมที่ใช้เชื่อมโยงกับเนื้อหาสาระที่จะเรียน 
1.2 ให้เด็กมีส่วนร่วมในการแสดงท่าทางประกอบ แสดงบทบาท สนทนาโต้ตอบ ซักถาม และแสดงความคิดเห็น
2. ขั้นจัดประสบการณ์
2.1 ครูเสนอสถานการณ์ปัญหา เช่น ของจริง ภาพ วีดีโอ หรือศึกษานอกห้องเรียน พร้อมกับสนทนาเกี่ยวกับสถานการณ์นั้นๆ
2.2 แบ่งกลุ่มเด็กกลุ่มละ 5-6 คนให้เด็กตั้งชื่อกลุ่ม ครูบันทึกชื่อกลุ่มไว้บนกระดานดำ จากนั้นให้เด็ก แต่ละกลุ่มตั้งสมมุติฐานร่วมกัน สนทนาและวิเคราะห์ปัญหาจากสถานการณ์สถานการณ์ปัญหา ตั้งคำถามในสิ่งที่อยากรู้จากสถานการณ์ปัญหาแล้วแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์เดิมในกลุ่ม
2.3 ครูเชื่อมโยงความรู้เดิมของเด็กกับความรู้ใหม่และหาแนวทางการแก้ปัญหาให้มากที่สุดจากแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย โดยการสอบถามจากผู้รู้ หรือ จากบุคคลต่างๆในโรงเรียน เช่น ครู พี่เลี้ยง นักเรียนชั้นประถม นักการภารโรง แม่ค้า ผู้ปกครอง หรือบุคคลต่างๆในชุมชน และศึกษาจากมุมประสบการณ์ ในห้องเรียน แหล่งเรียนรู้ในโรงเรียนเช่น ห้องสมุด ห้องพยาบาล หรือห้องพิเศษต่างๆในโรงเรียน หรือจากการไปศึกษานอกสถานที่ โดยครูมีบทบาทในการใช้คำถามกระตุ้นและสนับสนุนให้เด็กทุกคนได้ระดมความคิดในกลุ่ม 
2.4 ครูส่งเสริมให้เด็กยอมรับฟังความคิดเห็นของกลุ่มและเป็นผู้อำนวยความสะดวก ช่วยเหลือ จัดมุมประสบการณ์ แหล่งเรียนรู้ ที่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัญหา 
2.5 ให้เด็กแต่ละกลุ่ม นำคำตอบที่ได้ โดยการวาดภาพแล้ว มานำเสนอกลุ่มใหญ่ แล้วช่วยกันคิดแก้ปัญหาร่วม กัน ครูบันทึกการแก้ปัญหาของเด็ก และสนทนากับเด็กให้เห็นแนวทางแก้ปัญหา โดยเด็กตัดสินใจเลือกการแก้ปัญหาที่เหมาะสมที่สุด 
3. ประเมินผล 
3.1 เป็นการประเมินผลการเรียนรู้ของตนเอง เด็กแต่ละกลุ่ม ประเมินผลการแก้ปัญหาที่กลุ่มเสนอพร้อมทั้งบอกเหตุผลประกอบการประเมิน ดี หรือไม่ เพราะเหตุใด
3.2. ครูสังเกตพฤติกรรมกลุ่มแล้วบันทึกลงในแบบสังเกตพฤติกรรมกลุ่ม
4. ขั้นสรุปผล
เป็นการสรุปผลการเรียนรู้ที่ได้มาใหม่ โดยเด็กและครูร่วมกันสรุปผลการเรียนรู้จากการแก้ไขปัญหาของเด็ก ครูให้ความรู้เพิ่มเติมในส่วนที่ขาดหายไปให้ถูกต้อง เชื่อมโยงนำความรู้ที่ได้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน 
สรุปขั้นตอนการดำเนินงาน
1. ศึกษา/อบรม/ดูงาน (เช่น เข้าอบรมกับเขตพื้นที่เรื่องการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นหลัก ศึกษาด้วยตนเองจากอินเตอร์เน็ต ฯลฯ)
2. สร้างนวัตกรรม โดยการนำปัญหาจากสถานการณ์ในชีวิตประจำวันของเด็ก และเป็นเรื่องที่อยู่ใกล้ตัวเด็ก วาดภาพประกอบสถานการณ์ คัดเลือกเพลง คำคล้องจอง นิทานปริศนาคำทายที่น่าสนใจ สอดคล้องกับ เนื้อหา และสถานการณ์ที่กำหนด
3. นำไปใช้จริงกับเด็ก (เช่น กาจัดประสบการณ์แบบ PBL มี 4 ขั้นตอน ทดลองใช้กับเด็ก
และปรับปรุงแก้ไขไปพร้อมๆกัน
4. ประเมิน (เช่น จากการสังเกต จากการทดสอบ)
5. รายงานผลให้ผู้บริหาร/ผู้ที่เกี่ยวข้องรับทราบ
6. จัดทำเป็น Best Practice เพื่อเผลแพร่ต่อสาธารณะชน เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อเผยแพร่ และขยายผลทุกครั้งที่มีโอกาส
7.แผนการดำเนินงาน/ระยะเวลาในการดำเนินงาน
ที่ แผนการดำเนินงาน ระยะเวลาในการดำเนินงาน
1. จัดทำโครงการ กันยายน 2554
2. ประชุมชี้แจง/มอบหมายงาน กันยายน 2554
3. ดำเนินการตามโครงการ
- จัดทำ นวัตกรรม การสอนแบบ PBL
- สร้างสถานการณ์ปัญหาประกอบภาพจำนวน 8 หน่วยการเรียน 8 สัปดาห์ละ 4 สถานการณ์
- นำนวัตกรรมไปใช้กับเด็ก
- ประเมินผลการดำเนินการ พฤศจิกายน - กุมภาพันธ์ 2555
4. สรุปผล/รายงานผล กุมภาพันธ์ 2555
8. ผลการปฏิบัติงาน
8.1 เด็กมีความสามารถในการคิดแก้ปัญหา คิดเป็นร้อยละ 89.06
8.2 เด็กมีความสามารถในการทำงานกลุ่ม คิดเป็นร้อยละ 88.85
9. ปัจจัยที่ทำให้วิธีการประสบผลสำเร็จ
9.1 สื่อ/วัสดุ/อุปกรณ์ ต้องเตรียมให้พร้อมและเพียงพอต่อจำนวนเด็ก
9.2 ครูต้องศึกษาเรื่องเทคนิคการสอนแบบ PBL ให้เข้าใจ
9.3 ครูต้องเต็มใจ ใจรัก ใจเย็น เสียสละ และอดทน ในการสอนและการพาเด็กทำกิจกรรม
9.4 งบประมาณสนับสนุน
10. บทเรียนที่ได้รับ (ผลที่คาดว่าจะได้รับ)
10.1 บทเรียนที่เด็กได้รับ
10.1.1 เด็กมีความสามารถในการคิดแก้ปัญหาเหมาะสมกับวัย (มาตรฐานที่ 10)
10.1.2 เด็กใช้ภาษาสื่อสารได้เหมาะสมกับวัย ( มาตรฐานที่ 9 )
ตัวบ่งชี้ที่ 1 สนทนาโต้ตอบ/เล่าเรื่องให้ผู้อื่นเข้าใจได้ 
ตัวบ่งชี้ที่ 2 อ่าน เขียนภาพและสัญลักษณ์ได้ ( เช่น เปิดหนังสือทำท่าอ่านหนังสือพร้องทั้งเล่าเรื่องไปด้วยได้ เขียนข้อความที่ลอกแบบหรือจำมาได้ )
10.1.3 เด็กๆมีจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ ( มาตรฐานที่ 11 )
ตัวบ่งชี้ที่ 3 เล่าเรื่องราวหรือนิทานตามความคิดของตนเอง ( เช่น การนำเสนอผลงาน การเล่าเรื่องราวตามจินตนาการได้ )
10.1.4 เด็กๆมีจินตนาการที่ดีต่อการเรียนรู้ และมีทักษะในการแสวงหาความรู้
(มาตรฐานที่ 12)
10.2 บทเรียนที่ครูได้รับ
10.2.1 สถานการณ์ปัญหาประกอบภาพ
10.2.2 แบบทดสอบวัดความสามารถในการคิดแก้ปัญหา
10.2.3 ครูมีสื่อที่ทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้ตามจุดประสงค์ที่วางไว้ 
11. การเผยแพร่ขยายผล
11.1 ในปี 2554- 2555 ได้นำไปขยายผลโดยได้รับคำสั่งให้เป็นวิทยากรในการอบรมเชิงปฏิบัติการให้กับคณะครูปฐมวัย ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคายเขต 1 คณะครูผู้สอนเด็กปฐมวัยของโรงเรียนเอกชนในจังหวัดหนองคาย คณะครูผู้สอน/พี่เลี้ยงเด็กของสำนักงานสาธารณะสุขจังหวัดหนองคาย นักศึกษา “ภาคพิเศษ เอกปฐมวัย” ของมหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี และคณะครูผู้สนใจในจังหวัดและต่างจังหวัดที่มาศึกษาดูงานที่โรงเรียนอยู่เนืองๆ เป็นต้น
11.2 ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ในงานแสดง Best Practice ของครูผู้สอนเด็กปฐมวัย ทั้ง 22 เครือข่าย เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2555 ที่โรงเรียนบ้านศรเชียงใหม่ อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย ในงานได้เผยแพร่ผลงานให้กับผู้สนใจ และได้รับการคัดเลือกเป็น Best Practice ไปนำเสนอในระดับเขตพื้นที่การศึกษาด้วย
11.3ได้ผลเผยแพร่ นวัตกรรมการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นหลัก ทาง Web แมงมุม ( KM ) สพป.นค.1
11.4 นำเสนอผลงานทางวิชาการที่มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี

การจัดกระบวนการเรียนรู้แบบคละชั้น

โพสต์4 ก.ค. 2559 06:01โดยnki1 admin   [ อัปเดต 4 ก.ค. 2559 06:10 ]

ข้อมูลทั่วไป

        เนื่องจากการศึกษาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ในสังคมและโรงเรียนจะประกอบด้วยเด็กและนักเรียนที่ปกติและนักเรียนที่บกพร่องในด้านต่างๆ ซึ่งในการดำรงชีวิตไม่สามารถแยกออกจากกันได้การศึกษาจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้นักเรียนปกติกับนักเรียนที่มีความบกพร่องสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างเป็นสุข การเข้าร่วมการแข่งขันทักษะทางวิชาการของนักเรียนพิเศษเรียนร่วมเป็นการเพิ่มศักยภาพของนักเรียนด้านวิชาการ ทักษะการปฏิบัติงาน ทักษะทางสังคม และทักษะกระบวนการทำงานมีค่าเพิ่มมากขึ้น

        โรงเรียนอนุบาลศรีเชียงใหม่ เป็นโรงเรียนเรียนร่วมจึงได้มีการวางแผนทำการเรียนการสอนแบบคละชั้นขึ้นมา ทั้งเด็กปกติและเด็กพิเศษเรียนร่วม เรียนร่วมกัน ปฏิบัติกิจกรรมร่วมกัน ทั้งนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต้องได้รับความร่วมมือจากผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้สอน ผู้ปกครอง และนักเรียน จึงจะประสบผลสำเร็จกับตัวนักเรียนเอง

 

วัตถุประสงค์

            เพื่อพัฒนาการจัดกระบวนการเรียนรู้แบบคละชั้น

        ๒  เพื่อพัฒนาทักษะทางวิชาการของนักเรียนเรียนร่วม   

                       

๓.    เป้าหมาย/จุดเน้นของ สพฐ./สพท.

        ๏     วิสัยทัศน์โรงเรียน ด้านการจัดการศึกษาพิเศษ

        ๏     พันธกิจโรงเรียน  จัดกิจกรรมบริการสอนเสริม

        ๏     โครงการโรงเรียนแกนนำจัดการเรียนร่วม

ผลการพัฒนา / ความสำเร็จ

        ๑   ผลสำเร็จเชิงปริมาณ

             .๑   ครูมีความพึงพอใจในการจัดกระบวนการเรียนร่วมแบบคละชั้นคิดเป็นร้อยละ ๘๐.๕๕

            ๑.๒    ผู้ปกครองมีความพึงพอใจ ในการจัดกระบวนการเรียนร่วมแบบคละชั้นคิดเป็นร้อยละ ๘๗.๐๐

        ๒   ผลสำเร็จเชิงคุณภาพ

           ๒.๑       ครูมีความพึงพอใจ ในการจัดกระบวนการเรียนร่วมแบบคละชั้น อยู่ในระดับดี

          ๒.๒      ผู้ปกครองมีความพึงพอใจ ในการจัดกระบวนการเรียนร่วมแบบคละชั้น อยู่ในระดับดี

          ๒.๓     นักเรียนมีความสามารถ ในการพัฒนาตนเองตามศักยภาพ

          ๒.๔      นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนดีขึ้น

1-7 of 7